เครื่องสำอาง site map contacts
 
เครื่องสำอาง เครื่องสำอางค์ แต่งหน้า
  เปิดเคล็ด"5อ."ตรึงวัย ตบท้ายด้วย"อ.อินเลิฟ"

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่โฆษณาชะลอหรือต่อสู้กับความแก่นั้นหลั่งไหลสู่ท้องตลาดอย่างไม่ขาดสาย แต่วิธีที่ดีที่สุดและเห็นผลชัดเจนกว่ามาตลอดก็คือการดูแลสุขภาพร่างกาย

พ.ญ.พักต์พิไลทวีสิน ผู้เชี่ยวศาสตร์เวชศาสตร์วัยยุวัฒน์ หรือศาสตร์แห่งการชะลอความชราและผู้อำนวยการสถาบันเอส เมดิคอล สปา กล่าวว่า การมีสุขภาพดี แข็งแรง ปลอดจากโรค และดูอ่อนเยาว์เสมอนั้น ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องขวนขวายหาเครื่องสำอางแบรนด์หรูราคาลิบลิ่วมาใช้ แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัย 5 อ. ด้วยกัน

อ. แรก ถือว่าสำคัญที่สุด ได้แก่ อาหาร เหมือนกับประโยคที่ว่า You are what you eat คุณจะเป็นดังสิ่งที่กินเข้าไป

แน่นอนทุกคนควรที่จะได้รับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ สด และสะอาด เพื่อให้สารอาหารเข้าไปบำรุงร่างกาย แต่บางทีการกินอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เป็นอาหารดี มีประโยชน์ แล้วก็ตาม แต่ถ้าหากว่าผนังลำไส้มีประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารเหล่านี้ ก็ไม่มีประโยชน์

สิ่งที่คุณหมออยากจะแนะนำสำหรับผู้สูงอายุไทย ก็คือให้เลี่ยงการดื่มนมวัวเหมือนกับชาวตะวันตก เพราะถ้าหากร่างกายไม่คุ้นกับการดื่มนมวัวแล้ว มีโอกาสมากทีเดียวที่จะทำให้เกิดโรคขึ้นได้ง่าย

"ในน้ำนมวัวนั้นจะมีสารที่ลดการดูดซึมลำไส้จึงต้องอาศัยแบคทีเรียหรือยีสในการช่วยย่อย เป็นการย่อยแบบหมัก หากมีแบคทีเรียหรือยีสในสำไส้มากจะไปกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันลดลง ส่งผลทางร่างกายต่างๆ นานา เช่น ผื่นภูมิแพ้ ตกขาว ติดเชื้อ อักเสบตรงนั้นตรงนี้บ่อย หรือเป็นสิว บางคนแพ้นั่นแพ้นี่ มีผื่นขึ้นตลอด ไม่รู้สาเหตุ คิดว่าแพ้อากาศ หรือฝุ่นละออง พอหมอซักประวัติ พบว่า ชอบกินเค้ก และเพิ่งมาเริ่มดื่มนม ในเค้กมีผงฟูซึ่งมียีสเป็นองค์ประกอบที่ไปกระตุ้นภูมิแพ้อยู่แล้ว หมอไม่จ่ายยาแต่บอกให้ลองลดกาแฟเย็นใส่นม ขนมเค้ก คุกกี้ ร่างกายก็ดีขึ้น อาการแพ้คัน ติดเชื้ออักเสบก็ลดลง" พ.ญ.พักต์พิไลกล่าว


สำหรับอาหารที่ควรลด และหลีกเลี่ยงอีกคือ "น้ำตาล"เพราะความหวานเกินไปจะทำให้หลอดเลือดไม่แข็งตัว กระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกาย ทำให้ผิวหนังแข็งและหยาบกระด้าง ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เพราะทำให้ลดการดูดซึมอาหาร นอนไม่หลับ กาเฟอีน เพราะทำให้ผิวหนังเหี่ยว ไม่สดใส ประการสุดท้าย คือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งมากๆ โดยเฉพาะอาหารที่ใช้อุณหภูมิในการปรุงสูง โดยเฉพาะของปิ้ง ย่าง อาหารแปรรูป

อ. ที่สอง คือออกกำลังกายจะช่วยกระชับกล้ามเนื้อ ชะลอความชราได้ดีมาก เพราะเมื่อได้ออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ลดคลอเรสเตอรอลตัวร้าย

อ. ตัวที่ 3 คือ อากาศเท่าที่สังเกตนั้น หมอเห็นว่า คนเรายังหายใจไม่ค่อยถูก คือ มักจะหายใจกันสั้นอยู่แค่โพรงจมูก หรือคอหอยเท่านั้น หายใจไม่ถึงปอด การหายใจที่ถูกต้องคือ หายใจลึกๆ ช้าๆ


"สูดหายใจลึกๆ นับ 1 2 3 กลั้นหายใจไว้นับ 4 5 6 แล้วหายใจออก ให้ปอดได้รับออกซิเจนเต็มที่ ถ้าฝึกดีๆ ใน 1 นาที หายใจเข้า-ออกให้ได้นานนาทีละ 3-5 ครั้ง วันละอย่างน้อย 10 นาที ไม่ต้องทำติดต่อกันก็ได้ ทำให้ปอดแข็งแรง เพราะได้รับออกซิเจนเต็มที่ เป็นการฝึกสมาธิในตัวเองด้วย วิธีแบบนี้ฝึกหรือทำได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา"

อ. ตัวที่ 4 ก็สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ อารมณ์ ซึ่งการนอนหลับอย่างน้อยวันละ 7-9 ชั่วโมง ในสถานที่ ที่เหมาะสม คือ กลางคืนที่นอน ต้องมืดสนิท และเงียบ ความมืดทำให้สมองหลั่ง เมลาโทนีน ทำให้หลับสนิท เมื่อหลับสนิท ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน ออกมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆ คนหลับสนิท ตื่นมาจะอารมณ์ดี ที่สำคัญคือ ต้องฝึกให้รู้จักคิดและมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ เพราะจะไม่ทำให้เครียด รอยยับย่นบนใบหน้าก็จะไม่เกิดขึ้น

และ อ. ตัวสุดท้าย คือหลัก "อ.อินเลิฟ" อ.นี้ฟังแล้วอย่าเพิ่งเขินอายหรืออมยิ้ม เพราะ "อินเลิฟ" ไม่ได้ตีความว่าจะต้องเป็นความรักแบบชู้สาวอย่างเดียวเท่านั้น แต่หมายรวมถึงความรักกับใครก็ได้ รักระหว่างพ่อ แม่ ลูก รักเพื่อน รักสัตว์เลี้ยง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รักตัวเอง



"เมื่อคุณคิดรักตัวเองแล้วต้องทำให้ร่างกายตัวเองดีขึ้น และพยายามที่จะทำให้ตัวเองสดชื่น มีความสุข เช่น เมื่อรู้สึกเหนื่อยจากการทำงานทั้งวัน หากคุณรักตัวเอง ก็จะรู้สึกว่าอย่างน้อยต้องหาเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อไปออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายเป็นยาอายุวัฒนะที่ดีที่สุดในโลกนั่นเอง"

ทั้ง 5 อ. ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนปฏิบัติได้ด้วยตัวเองที่บ้าน หมั่นปฏิบัติและฝึกฝนทุกวัน ร่างกายจะแข็งแรง ดูดี ปฏิบัติได้สม่ำเสมอ จะห่างไกลจากโรคภัย และความชราภาพอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่ดีที่สุดไม่ว่ายุคสมัยไหน

ในตอนท้าย คุณหมอตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องการทำดีท็อกซ์ หรือการล้างพิษ โดยสวนทำความสะอาดลำไส้ ที่ทำกันมากในปัจจุบันนี้ เพราะหลายคนสงสัยว่ามีอันตรายหรือไม่ ว่า คนยุคนี้มีโอกาสรับมลพิษ และสารพิษจากรอบด้าน ทั้งทางอาหารและอากาศ จึงมีพิษสะสมในร่างกายมาก การทำดีท็อกซ์เป็นการล้างสารพิษออกจากผนังลำไส้ ทำให้ร่างกายดูดซึมอาหารได้ดีขึ้น ผิวพรรณผ่องใสขึ้น แต่ถามว่าจำเป็นต้องทำกันทุกคนหรือไม่ ขึ้นกับความสะดวกของแต่ละคน ถ้าสะดวกและอยากทำก็ทำได้ แต่การทำแต่จะต้องปรึกษาและอยู่ในความดูแลของแพทย์

 

ที่มา : www.Thaislender.com
Coppy right © 2007 by Companyname.com   - All Rights Reserved